Vimarsana.com

สัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในการประชุม 28-29 ก.ค.นี้

• Source: posttoday.com
ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.20 ในสัปดาห์นี้ ตลาดยังคงมีแนวโน้มกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น คอลัมน์ มันนี่วีก (Money… week) โดย...กฤติกา บุญสร้าง, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.20 ในสัปดาห์นี้ ตลาดยังคงมีแนวโน้มกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ตลาดรอคอยผลการประชุมของเฟด โดยเฉพาะสัญญาณการลดคิวอี โดยที่ผ่านมา ตัวเลขตลาดแรงงานยังฟื้นตัวอย่างไม่เต็มที่ และมีปัจจัยเสี่ยงจากการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าที่รุนแรงขึ้นในประเทศ ทำให้ที่ผ่านมาตลาดเริ่มประเมินว่าเฟดอาจเริ่มลดปริมาณซื้อสินทรัพย์ล่าช้าออกไป ด้านไทย ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังมีแนวโน้มกดดันเงินบาทต่อไป ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยมีแนวโน้มทยอยจากยอดส่งออกที่มีแนวโน้มเติบโตในระดับสูง นอกจากนี้ ยังจะมีการประกาศจีดีพีในไตรมาสที่ 2 ของสหรัฐฯ และยูโรโซน ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าตามอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น และการกลับมาเปิดเมืองอีกครั้ง โดยสหรัฐฯ จะมีการเปิดเผยตัวเลขราคาเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล การใช้จ่ายส่วนบุคคล และรายได้ส่วนบุคคล รวมทั้งความเชื่อมั่นผู้บริโภคด้วย ในขณะที่ยูโรโซนจะเปิดเผยอัตราการว่างงานและเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้อีบีซีส่งสัญญาณนโยบายระยะถัดไปที่ชัดเจนขึ้น ทางด้านเอเชีย ญี่ปุ่นจะเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายผลิตและยอดค้าปลีกในเดือนมิถุนายนซึ่งคาดว่าจะสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากเดือนก่อนหน้า ภาพรวมตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงวันที่ 19-23 กรกฎาคม 2564 เงินบาทเปิดตลาดต้นสัปดาห์อ่อนค่า และทยอยอ่อนค่าต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ ตลาดการเงินทั่วโลกอยู่ในภาวะปิดความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้าที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก โดยนักลงทุนลดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่แตะระดับสูงสุดใหม่หลายวันติดต่อกัน และจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงเกิน 100 คนต่อวัน ประกอบกับความกังวลต่อแนวทางการรับมือของภาครัฐ รวมถึงและประสิทธิภาพและปริมาณของวัคซีนที่เพียงพอ ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า การระบาดของไวรัสในครั้งนี้จะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจอ่อนแอลง 0.8%-2.0% หากภาครัฐไม่มีมาตรการทางการคลังเพิ่มเติมและการส่งออกยังคงฟื้นตัวในอัตราเดิม และประเมินว่า ช่วงเวลาที่ไทยจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้สำเร็จจะช้าออกไปจากไตรมาสที่ 2 ปี 2022 เป็นปลายไตรมาสที่ 3 ปี 2022 ทำให้ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เงินบาทอยู่ในกลุ่มที่เงินอ่อนค่ามากที่สุดในภูมิภาค โดยเงินบาทอ่อนค่าลง 2.62% เมื่อเทียบกับต้นเดือน ด้านนโยบายการเงิน ธปท. กังวลหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น โดยหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 90.5% ต่อจีดีพีในไตรมาสแรกของปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงและยาวนาน โดย ธปท. จะออกโครงการหมอหนี้เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายกลุ่ม รายย่อย และธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในเดือนสิงหาคมนี้ และจะปรับลดค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์มากกว่า 300 รายการ เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของธนาคารพาณิชย์ ส่วนการปรับลดเพดานหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา