INTERVIEW: RBF กับบิ๊&#x

INTERVIEW: RBF กับบิ๊&#x

INTERVIEW: RBF กับบิ๊กโปรเจ็คต์ CBD กัญชงสู่เป้าใหญ่แข่งขันตลาดโลก


กลายเป็นกระแส Talk Of The Town ของวงการอุตสาหกรรมใหม่เมืองไทย ภายหลังจาก บมจ.อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย (RBF) คว้าใบอนุญาตโรงงานสกัดสาร CBD-THC พืชกัญชงเป็นรายแรกของไทยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศจากนั้นไม่นานก็ได้ใบอนุญาตเพาะปลูกและใบอนุญาตสกัดน้ำมันจากเมล็ดกัญชงเข้ามาเพิ่มเติม ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการเป็นผู้ประกอบการรายสำคัญกลุ่มธุรกิจกัญชงแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ
กว่าจะคว้าไลเซนส์สกัด CBD กัญชง ไม่ใช่เรื่องง่าย
นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน RBF เปิดเผยกับ อินโฟเควสท์ ว่า การได้รับใบอนุญาตผลิต (ปลูก) พืชกัญชงและใบอนุญาตสกัดน้ำมันจากเมล็ดกัญชงจาก อย.ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากทางภาครัฐอย่างเข้มงวด มีหน่วยงานราชการหลายแห่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่การตรวจภายในโรงงานไปจนถึงการพิจารณาระดับจังหวัด ทั้ง อย.และ กองควบคุมวัตถุเสพติด รวมไปถึงฝ่ายปกครองท้องถิ่น เพื่อสร้างความมั่นใจในการควบคุมสารเสพติดทั้ง CBD และ THC จะไม่สามารถหลุดออกไปนอกกระบวนการผลิตได้ โดยมีการตรวจสอบอย่างละเอียดทุกกระบวนการ โรงงาน เครื่องจักร การควบคุมและจัดการวัตถุดิบ ไปจนถึงการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาด
จากการเตรียมความพร้อมมาตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี บริษัทได้ปรับปรุงและติดตามระบบที่เกี่ยวข้องกับการสกัดกัญชงมาอย่างต่อเนื่อง เป็นการต่อยอดจากการเป็นผู้นำกลุ่มอุตสาหกรรม Food Ingredient อยู่แล้ว ทำให้การขยายไลน์การผลิตค่อนข้างง่ายและมีระบบรองรับด้านความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น เมื่อข้อกฎหมายออกมาชัดเจน ทุกตัวแปรที่บริษัทเตรียมการเอาไว้จึงสอดคล้องกับข้อกฎหมายกำหนด
การได้รับใบอนุญาตเป็นแค่จุดเริ่มต้นความหวังของภาคการเกษตรและเศรษฐกิจ เราต้องการสนับสนุนเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น ควบคู่กับการเติบโตกลุ่มธุรกิจปลายน้ำสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และที่สำคัญคือผู้บริโภคที่ได้รับผลิตภัณฑ์ได้รับประโยชน์เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อยู่ในตลาดต่อเนื่องและยาวนาน ดังนั้นจำเป็นต้องยกระดับทั้งห่วงโซ่ซพพลายเชนได้รับประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย นายสุรนาถ กล่าว
มุ่งบริหารวัตถุดิบต้นน้ำเพียงพอต่อความต้องการตลาด
นายสุรนาถ กล่าวต่อว่า แนวทางการบริหารจัดการวัตถุดิบต้นน้ำ บริษัททำข้อตกลงรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เคยปลูกพืชกัญชงให้ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความชำนาญและมีพื้นที่การปลูกอยู่แล้ว โดยมีเกษตรกรหลายภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคอีสาน ส่วนภาคใต้ อยู่ในระหว่างการศึกษาและประเมินพื้นที่ ซึ่งคาดว่ากัญชงจะเข้ามาเป็นรายได้เสริมที่ดีอีกช่องทางหนึ่งให้กับเกษตรกรได้
บทบาทสำคัญของบริษัท คือการประเมินคำสั่งซื้อจากลูกค้าในแต่ละเดือน พร้อมกับจัดหาวัตถุดิบจากเกษตรกรแต่ละกลุ่มให้สอดคล้องกัน ขณะเดียวกันบริษัทดำเนินการขอใบอนุญาตปลูกเองด้วยจำนวน 10 ไร่สำหรับใช้เป็นพื้นที่แปลงทดลองเพื่อเป็นต้นแบบให้ทางเกษตรกรอีกด้วย
สำหรับการปลูกพืชกัญชงต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ในการปลูก เช่น กรณีการปลูกกัญชงเพื่อต้องการสาร CBD ก็ต้องเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ช่อดอกมีสาร CBD สูง ซึ่งบริษัทได้ทำการซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แม้ว่าการปลูกกัญชงเฟสแรกยังเป็นการทดลองประสิทธิภาพของแต่ละสายพันธุ์ แต่ทางบริษัทก็พยายามประเมินความเสี่ยงที่จะไม่ให้เกษตรกรต้องขาดทุน
แม้ว่าในช่วงแรกอาจจะดำเนินการติดขัดบ้าง เพราะเป็นโปรเจกต์นำร่องครั้งแรกของประเทศ แต่บริษัทมีความคุ้นเคยกับการปลูกพืชผักมาก่อน รวมไปถึงมีบริษัทย่อยด้านการเกษตรอยู่ที่เชียงใหม่ ทำให้มีความพร้อมเรื่องเครือข่ายเกษตรกร อีกทั้งได้รับการอำนวยความสะดวกที่ดีจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐเชื่อมั่นว่าจะสามารถผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ นายสุรนาถ กล่าว
ฐานทุนพร้อมรองรับบิ๊กโปรเจ็คต์กัญชงในอนาคต
นายสุรนาถ กล่าวถึงงบลงทุนในครั้งนี้ว่า บริษัทมีกระแสเงินสดเพียงพอกับการขยายการผลิตผลิตภัณฑ์กัญชง เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ขายกิจการโรงแรมออกไป ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดเข้ามาแล้ว ยังลดผลกระทบต่องบการเงินที่ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปด้วย
เบื้องต้นบริษัทได้ลงทุนขยายการผลิตเฟสแรกเรียบร้อยหมดแล้ว ส่วนเฟสต่อไปในอนาคตขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดว่าจะต้องขยายเครื่องจักรเพิ่มเติมหรือไม่ และกรณีตลาดมีความต้องการเติบโตรวดเร็วการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมก็อาจใช้งบลงทุนไม่มาก หรือเพียง 8 หลักเท่านั้น ขึ้นกับขนาดและกำลังการผลิตของเครื่องจักร
เฟสถัดไปเราจะเน้นเรื่องของการปลูกเป็นหลัก เพราะต้องใช้งบสำหรับการประกันปลูกของเกษตรกรด้วย โดยเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ก็ต้องการการสนับสนุนที่แตกต่างกัน ต้องให้ความช่วยเหลือให้ตรงจุด นายสุรนาถ กล่าว
คาดรับรู้รายได้ทันไตรมาส 4 ปีนี้
นายสุรนารถ กล่าวว่า ขณะนี้ RBF ได้รับการติตด่อจากลูกค้าที่ให้ความสนใจเข้ามาเป็นจำนวนมากเพื่อให้บริษัทผลิตสินค้าจากสารสกัดพืชกัญชง โดยเฉพาะ CBD ที่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ สำหรับการออกผลิตภัณฑ์นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นการผลิตผลิตภัณฑ์ส่งมอบให้กับลูกค้าได้ภายในไตรมาส 4/64 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สารสกัด CBD จากดอกกัญชง จากนั้นจะเห็นความชัดเจนของการออกผลิตภัณฑ์มากขึ้นในปี 65
ตลาดต่างประเทศการใช้สารสกัด CBD นำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เพียงอาหารและเครื่องดื่ม แต่ต่อยอดไปยังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารเสริม เครื่องสำอาง ไปจนถึงอาหารสัตว์ เพื่อให้ความผ่อนคลายแก่สัตว์เลี้ยง คาดว่าในอนาคตจะมีเทรนด์อีกหลายอย่างออกมาเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของสินค้าและราคาที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าเทรนด์การใช้สารสกัด CBD จะอยู่ในตลาดได้นานแค่ไหน นายสุรนาถ กล่าว
ปักธงยกระดับสาร CBD เมืองไทยต้องแข่งขันในตลาดโลก
นายสุรนาถ กล่าวว่า นอกเหนือจากแผนขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกัญชงในไทยแล้วหลังจากบริษัทได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน อย. ครอบคลุมผลิตภัณฑ์กัญชงทุกด้านที่ตลาดต้องการแล้ว แผนต่อไปขั้นคือการทำให้ราคา CBD ของไทยสามารถแข่งขันในระดับโลกได้ในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า กลยุทธ์สำคัญ คือจำเป็นต้องลดต้นทุน (Cost Down) ลงมาก่อนที่ประเทศไทยจะเปิดทางให้นำเข้าสาร CBD จากต่างประเทศ
เราวางแผนว่าช่วงประมาณปีที่ 3 ต้องลดต้นทุนลงมาให้ได้ตามเป้า เพื่อให้ราคาสาร CBD ของไทยสามารถสู้กับของต่างประเทศได้ แม้ว่าวันนี้จะประเมินผลผลิตที่ได้ออกมาค่อนข้างต่ำ แต่หากปลูกได้ผลผลิตสูงขึ้นก็จะสามารถลดต้นทุนได้ ควบคู่กับการลดค่าใช้จ่ายเรื่องต้นทุนการปลูกหรือเทคนิคต่างๆที่ใช้ระหว่างการปลูก เป็นต้น ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรจึงคิดว่าจะสามารถลดต้นทุนลงมาได้ตามเป้าหมายภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ นายสุรนาถ กล่าว
ส่วนกรณีสำนักงาน อย. จะประกาศมอบใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการรายอื่นเพิ่มเติมนั้น ยอมรับว่าการแข่งขันด้านราคาเป็นเรื่องปกติ เพราะหลายบริษัทก็มีศักยภาพมากพอที่จะได้รับใบอนุญาต ถ้าเกิดการแข่งขันในตลาดที่เสรีก็จะทำให้ราคา CBD ในประเทศถูกลงและสามารถแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้ ทำให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และผู้บริโภค
จับตา กัญชง เร่งอัพไซด์ชัดปี 65 เชื่อมั่นผลงานปีนี้โตเข้าเป้า
สำหรับภาพรวมผลประกอบการของ RBF ในปีนี้ นายสุรนารถ กล่าวว่า ธุรกิจหลัก คือ Food ingredient ตั้งเป้าเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักต่อเนื่องในทุกๆ ปี ซึ่งปีนี้ยังคงเป้ารายได้เติบโต 10-12% แม้ว่าจะมีผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตได้ตามคาด
ขณะที่ธุรกิจกัญชงนับเป็นอัพไซด์ใหม่ให้กับผลประกอบการบริษัทที่จะเห็นการเติบโตชัดเจนมากขึ้นในปี 65 อย่างไรก็ตาม อัพไซต์ขึ้นอยู่กับหลายตัวแปร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตลาด ราคา สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 และกำลังซื้อของผู้บริโภค ตามแผนระยะสั้นจะมุ่งเน้นตลาดภายในประเทศเป็นหลักก่อน แต่ในอนาคตก็มองหาช่องทางตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
คาดว่าศักยภาพทำกำไรของปี 64 จะใกล้เคียงเดิม แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือการตัดขายธุรกิจโรงแรมทำให้ภาพรวมผลประกอบการครึ่งปีหลังจะดีขึ้น แต่ช่วงปลายปีนี้หากมีรายได้จากโปรเจกต์กัญชงเข้ามาชัดเจนภาพตรงนี้ก็จะเปลี่ยนไปในทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้น นายสุรนาถ กล่าว
https://youtu.be/qGiMevtN8EA

Related Keywords

Geneva, Genè, Switzerland, Thailand, Toronto, Ontario, Canada, Phrae, A Chiang Mai, Gaeltacht Gunn, K Central East Division, Company Do, Thailand Office The Board, Business Hotel, Alcoa, Thailand Office, Business Gunn, Det Chief, Accounting Finance Private, Top Agriculture, Chiang Mai, Toronto Last, Phrae Province, ஜிநீவ, சுவிட்சர்லாந்து, தாய்லாந்து, டொராண்டோ, ஆஂடேரியொ, கனடா, நிறுவனம் செய், வணிக ஹோட்டல், அல்கோவா, தாய்லாந்து அலுவலகம், சியாங் மை,