ล็อกดาวน

ล็อกดาวน์พื้นที่สีแดง...สู้ระบาดโควิด มาก่อนเศรษฐกิจ
คอลัมน์ เศรษฐกิจรอบทิศ
ที่สุด “ศบค.” ชุดใหญ่ที่นายกฯ นั่งหัวโต๊ะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาประกาศมินิล็อกดาวน์พื้นที่สีแดงกทม.และปริมณฑล ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิดที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นทำสถิติ 9,276 คน ทำให้ช่วงเมษายนถึงปัจจุบันจำนวนคนติดเชื้อมากกว่า 3 แสนคนและเสียชีวิตมากกว่า 2,500 ราย จนระบบสาธารณสุขไม่สามารถรับมือกดดันให้รัฐบาลต้องเลือกระหว่างเศรษฐกิจพังกับชะลอการแพร่ระบาดจึงเป็นที่มาของมาตรการจำกัดการเดินทาง 14 วันมีผลบังคับใช้ไปแล้วแต่รัฐบาลยังไม่วายรักษาภาพพจน์ระบุว่าไม่ใช่ล็อกดาวน์และการจำกัดคนออกนอกบ้านหลัง 22.00-04.00 น. ไม่เรียกว่า “เคอร์ฟิว” เพราะการขอความร่วมมือประชาชนรายละเอียดต่างๆ คงรู้ไปหมดแล้วไม่ขอกล่าว
ปัญหาวัคซีนล่าช้าซึ่งถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเพราะโยนกันไปมาและยังไม่รู้ถึงสาเหตุจะอ้างว่าไม่มีสตางค์คงไม่ใช่เพราะประเทศไทยไม่ได้ยากจนข้นแค้นมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 2.810 แสนล้านเหรียญสหรัฐสูงติดอันดับ 12 ของโลกเป็นรองประเทศเยอรมันเล็กน้อยทำให้สามารถออกพันธบัตรเพื่อไปกู้เงินได้อีกมาก ไม่ได้ยากจนขนาดนายกฯ และรัฐมนตรีหลายท่านยอมสละไม่รับเงินเดือนเพื่อมาใช้เยียวยาเศรษฐกิจ ปัญหาวัคซีนล่าช้าและขาดการวางแผนรับมือโควิดกลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลวันนี้แก้ยังไม่จบยังมีคนที่จองผ่าน “ไทยร่วมใจ” ยังถูกเลื่อนคิวทำให้เป็นคำถามว่าบริหารทำกันอย่างไรจึงพาประเทศและคนไทยมาจนถึงจุดนี้
สะท้อนจากภาพคนป่วยล้นโรงพยาบาลขนาดโรงพยาบาลสนามเตียงยังไม่พอต้องใช้โรงแรมที่ปรับเป็น “Hospital” รองรับคนป่วยซึ่งก็ยังไม่พอเพียงอยู่ดี ทำให้คนติดเชื้อจำนวนมากรอคิว 4-5 วันที่บางรายถึงตายคาบ้านหรือต้องไปกางมุ้งรอข้างถนน คนป่วยก็เรื่องหนึ่งแม้แต่คนต้องการจะตรวจหาเชื้อหรือที่เรียกว่า “สวอป” (Swab) ถึงจะยอมจ่ายสตางค์เป็นหลัก 2-3 พันบาทแม้แต่โรงพยาบาลเอกชนก็ไม่รับตรวจเพราะเงื่อนไขไปผูกว่าต้องรับรักษาซึ่งโรงพยาบาลทั้งรัฐ-เอกชนเต็มทั้งนั้น บางโรงพยาบาลของรัฐรับตรวจแต่ต้องไปรอตั้งแต่หัวค่ำเพื่อตรวจตอนเช้า ที่สำนักงานของผมวันที่เขียนบทความทางประกันสังคมแจ้งว่าให้ไปฉีดวัคซีนได้พนักงานต่างโห่ร้อง ดีใจภาพเล่านี้สะท้อนถึงอะไร
ผลกระทบอย่างที่ทราบกันท่องเที่ยวกระทบหนักสุดมีความพยายามนำร่อง “ภูเก็ตแซนบล็อก” คงต้องมีการประเมินว่าหลังรัฐบาลประกาศโควิดระบาดระลอก 4 มีการ “มินิล็อกดาวน์และกึ่งเคอร์ฟิว” จะมีผลกระทบอย่างไรต่อการฟื้นท่องเที่ยว ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งแก้ยากมากๆ คือสภาพคล่องทั้งภาคธุรกิจและประชาชนที่เจอพิษโควิดต่อเนื่องมากว่า 16 เดือน ที่เห็นชัดเจนคือร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ร้านทำผม-เสริมสวย บริการต่างๆ นวดแผนโบราณและนวดข้างอ่างรวมถึงแม่ค้าหาบเร่-แผงลอย อาชีพอิสระที่เศรษฐกิจปิดๆ เปิดๆ มาเจอล็อกดาวน์รอบนี้ถึงจะเปิดให้แผงอาหารสามารถขายของได้แต่ยังติดเคอร์ฟิวไม่เกิน 4 ทุ่มลูกค้าคงหายไปมาก ภาวะของธุรกิจรายย่อยและ SME เงินหมดกระเป๋าจะไปกู้แบงค์ก็ยากต้องไปกู้นอกระบบ หนี้ครัวเรือนซึ่งเป็นหนี้ผ่านสถาบันการเงินพุ่งสูงสุดในรอบหลายปีแม้แต่อาชีพบันเทิงก็กระทบ ดารา-ซีเล็ปเปิดหน้าออกมาโวย
ความเห็นผมต้องยกเครื่องปัดฝุ่นมาตรการปล่อยสินเชื่อฟื้นฟูตามพรก.จำนวนเงิน 2.5 แสนล้านบาท ช่วงตั้งแต่เดือนเมษายนถึงปลายเดือนมิถุนายนปล่อยได้ประมาณ 40,000 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนแค่ร้อยละ 16 เหตุพราะแบงค์ต่างๆ ในเวลาเช่นนี้เขาระวังตัวมากเพราะหนี้เสียแฝงกำลังเป็นปัญหาใหญ่ สำหรับโครงการพักหนี้หรือ “Asset Warehouse” ช่วงสามเดือนมีผู้เข้าโครงการเพียง 7 รายจำนวนเงินที่ปรับโครงสร้างหนี้จำนวนเงิน 922 ล้านบาทสัดส่วนแค่ร้อยละ 0.92 คงต้องไปดูช่องว่างว่าอะไรเป็นปัญหา อยากรู้ว่าปัญหาของธุรกิจและหนี้ประชาชนหนักหนาแค่ไหนคงต้องไปส่องกล้องลูกหนี้แบงค์กำลังรอปรับโครงสร้างอีก 3.23 รายวงเงินประมาณ 1.2 ล้านล้านบาทเห็นตัวเลขนี้แล้วน่าตกใจว่าทั้งธุรกิจและประชาชนอยู่ในสภาพอย่างไร
Related Keywords
Germany, Bangkok, Krung Thep Mahanakhon, Thailand, United States, Phrae, Phuket, , Public Health, Panasonic, Alcoa David, Red Bangkok, Phrae Province, Country Germany, Alcoa David The Metamorphosis, Thailand Confederate, Administration Act, Social Security, Phuket Province, Commissioner All, World Wide Web, ஜெர்மனி, பாங்காக், தாய்லாந்து, ஒன்றுபட்டது மாநிலங்களில், ஃபூகெட், பொது ஆரோக்கியம், பானாசோனிக், சமூக பாதுகாப்பு, ஃபூகெட் மாகாணம், உலகம் பரந்த வலை,