"เพชร กรุณพล-น็อต วรฤทธิ์" เคลียร์กันต่อหน้า หลังสาดคอมเมนต์เรื่องวัคซีนโควิด-19 กันดุเดือด
เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ กับกรณีของสองหนุ่มเพื่อนซี้ "เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ" และ "น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์" ที่ได้สาดคอมเมนต์เดือดใส่กันผ่านโลกโซเชียลฯ เพราะมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องของวัคซีนโควิด-19 จนหลายคนงเป็นห่วงความสัมพันธ์ของทั้งคู่
ล่าสุดรายการ แฉ ทางช่อง GMM25 โดยมี "มดดํา-คชาภา ตันเจริญ" เป็นพิธีกร ซึ่งทั้งคู่ได้มาร่วมพูดคุยกันแบบซึ่งหน้า เกี่ยวกับประเด็นดราม่าดังกล่าว เรียกว่าเคลียร์ทุกๆ หัวข้อ รวมถึงพูดย้ำความสัมพันธ์ในฐานะ "เพื่อน" ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานกว่า 20 ปี
เพชร : “คือจริงๆ แล้วผมกับน็อตเราก็จะคุยกันเรื่องการเมืองอยู่ในกลุ่มไลน์ ซึ่งจะมีพี่ลิง พี่อ๊อฟ พี่กิ๊ฟ พี่ทีน และก็พี่เอ็ม คือเราก็จะคุยกันแลกเปลี่ยนกัน และด้วยความที่รู้จักกันมาหลาย 10 ปี เวลาคุยกันตามประสาผู้ชายเราก็จะมีการใช้คำหยาบกันนิดหนึ่ง ขึ้นมึง ขึ้นกู หรืออะไรใดๆ แต่เราก็ไม่เคยมีอารมณ์ที่จะเก็บมาเพื่อทำร้ายกัน”
น็อต : “จริงๆ แล้วในกลุ่มนี้เราคุยกันทุกเรื่องนะครับ เรื่องพรรคพวก เรื่องในวงการ เรื่องต่างๆ นานา คุยกันทุกเรื่องอยู่แล้ว และก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นเรื่องปกติ”
ประเด็นที่มีปัญหากันคือเรื่องวัคซีน ?
น็อต : “หลักๆ ผมได้ไปอ่านมาจากคนอื่น และผมก็โพสต์เพื่อเก็บไว้อ่านเพราะว่ามันยาว ยังไม่มีเวลาอ่าน ทีนี้เพชรมันมาอ่านก่อน มันก็เลยมาเขียนๆ ของมัน แต่ด้วยความที่เราเป็นเพื่อนกันสนิทกันและผมยังไม่ได้อ่านที่เพชรมันเขียนหรอก ผมก็เลยตอบมันไปว่า ‘เรื่องของมึง’ คือเป็นการที่เพื่อนคุยกัน”
เพชร : “เพชรคิดว่ามันเป็นเรื่องของตัวอักษรด้วยครับ คือมันไม่สามารถสื่ออารมณ์ได้ว่าแต่ละคนมีความรู้สึกอย่างไรกับคำพูดนั้น และคำพูดมันก็เป็นคำพูดที่คุยกันแบบมีคำหยาบ ขึ้นมึง ขึ้นกู หรือมีคำว่าเสื-ก ซึ่งถ้าเป็นเพื่อนผู้ชายคุยกันมันเป็นเรื่องปกติ แต่พอมันกลายเป็นคนที่ไม่ได้รู้ว่าเรารู้จักกันแค่ไหน สนิทกันแค่ไหน หรือใช้คำพูดยังไง คือมันไม่ผิดที่คนจะตีความหมายและสื่อไปในแนวนั้นได้ ยิ่งมันเป็นกระแสที่คนมีความกังวลเกี่ยวกับวัคซีนด้วย”
วันนี้เราอยากจะบอกอะไรถึงสิ่งที่เราสื่อสาร ?
น็อต : “ข้อที่ 1 คือ เฟซบุ๊กที่ผมเล่น ผมตั้งไพรเวท ก็คือปิดเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว และผมก็เอาไว้ดูเพื่อนฝูงที่รู้จักกันซึ่งมีไม่เยอะ สาระสำคัญคือผมกับเพชรเรารู้จักกันมานานมาก และเราก็พูดจากันแบบนี้ แบบเพื่อนสนิทกัน พูดกันได้ทุกเรื่อง ซึ่งเราก็ยอมรับซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ไม่มีใครโกรธ ไม่มีใครเกลียดกัน และสำคัญที่สุดตอนนี้คือ เรากำลังอยู่ในสงครามที่ต่อสู้กับเชื้อไวรัส ศัตรูของเราคือไวรัส ไม่ใช่พวกเรากันเอง เพราะฉะนั้น ณ วันนี้มันไม่ใช่ว่าเราต้องมามีความเห็นที่แตกต่างกัน มีข้อมูลที่แตกต่างกัน แล้วต้องมาตีกันให้ตาย เพราะสิ่งที่เราต้องเอาชนะคือไวรัสโควิด ที่ต้องการความร่วมมือจากทุกคน มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย มนุษย์ทุกคนบนนี้จะต้องร่วมกัน ทำอย่างไรก็ได้ให้ไวรัสมันไม่ใช้เราเป็นเครื่องมือ เป็นพาหะในการส่งต่อไวรัสไปถึงคนอื่น นี่คือสิ่งที่เราต้องร่วมมือกัน ไม่ว่าใครจะมีข้อมูลอะไรก็ตาม เอามาแชร์กัน เอามาคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ช่วยกันหาทางออกให้กับมนุษยชาติทุกคนบนโลกใบนี้”
เพชร : “คือบทความนั้นน็อตเขาไม่ได้เขียนนะ แต่น็อตแชร์มา คนที่เขียนเขาเขียนประมาณว่า ‘ไวรัสเชื้อตาย เป็นไวรัสที่ปลอดภัย ส่วน mRNA เป็นไวรัสใหม่ที่ยังไม่มีผลการทดลอง และก็อาจทำให้ DNA ของเราเกิดการเปลี่ยนแปลง และก็อาจทำให้เรากลายเป็นซอมบี้’ คือมันเป็นเรื่องที่หลายคนได้ยินมา แต่มันยังไม่มีบทพิสูจน์ และสำหรับผมนะ ผมรู้สึกว่าการที่เขาเขียนประมาณว่า ‘การมีวัคซีนหลากหลายมันไม่ดี เพราะมันจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ทำให้มีต้นทุนในการเก็บรักษาอะไรต่างๆ นานา’ ซึ่งผมก็เห็นต่าง เพราะผมมองว่าการที่เรามีวัคซีนหลากหลายมันก็สามารถใช้กับคนที่แตกต่างกัน ทั้งในช่วงอายุ ทั้งในเรื่องสุขภาพ ทั้งในเรื่องการใช้งาน และวัคซีนมันก็สามารถยับยั้งการติดเชื้อได้ดี และมันก็มีบททดสอบมาแล้ว และข้อเท็จจริงที่เราเห็นอยู่ว่า วัคซีนซิโนแวค ในการฉีดก็ไม่สามารถที่จะคุ้มครองให้เราปลอดภัยได้ แต่ทำให้เราไม่มีอาการหนักจนถึงแก่ชีวิตได้มากขึ้น”
น็อต : “อย่างที่บอก ผมแชร์เอาไว้เพื่ออ่านศึกษาของตัวเองในพื้นที่ของตัวเอง เพชรก็มีข้อมูลของเพชร เพชรก็เข้ามาให้ข้อมูลของเพชรในพื้นที่ของผมเท่านั้น ผมก็บอก อ้าว! นั่นเป็นเรื่องของมึง เพื่อนกันผมก็บอก เรื่องของมึงไว้ก่อน เดี๋ยวผมขออ่านให้เรียบร้อยก่อน ขออ่านให้จบก่อน และสุดท้ายผมก็ขอบคุณข้อมูลของเขาที่เขาส่งมาให้”
เพชร : “ใช่ๆ และสุดท้ายน็อตก็พิมพ์คำว่ ขอบคุณ ซึ่งถ้าเห็นใครที่เข้าไปแรกๆ ก็จะเห็นว่าผมเข้าไปกดหัวใจให้เขา ซึ่งทุกครั้งที่ผมได้อ่านข้อความไม่ว่าจะของใครก็ตาม ผมก็จะมาร์กไว้ว่าข้อความนี้ผมได้อ่านแล้วได้ตอบแล้วด้วยรูปหัวใจ และมันก็ผ่านมาประมาณ 5-6 วันแล้วด้วย และก็มีคนมาแชร์ ซึ่งเพชรก็รู้สึกว่ามันอาจจะเนื่องด้วยความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกันระหว่างเพชรกับน็อต และก็ ณ ช่วงเวลานี้กระแสการเมืองมันก็เปลี่ยนแปลงค่อนข้างไว คนก็รู้สึกว่ามีความกดดันกับสถานการณ์บ้านเมืองที่มันควรจะต้องดีกว่านี้แต่เรายังไม่เห็นแสงสว่าง มันเลยทำให้รู้สึกว่าใครก็ตามที่ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือแชร์ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ควรจะต้องออกมารับผิดชอบ
และอีกอย่างหนึ่งตอนนี้ก็เป็นกระแสเกี่ยวกับคนที่เคยออกมาม็อบในสมัยก่อน ว่าควรจะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกทุกคนว่า ไม่มีใครผิดหรอก ณ วันนี้ น็อตสามารถคิดแบบนี้ก็ได้ เพชรสามารถคิดแบบนี้ก็ได้ แจ็คสามารถคิดแบบนี้ก็ได้ หรือคุณผู้คุณชมก็เช่นกัน”
Related Keywords