NOK คาดศาลฯน

NOK คาดศาลฯน

NOK คาดศาลฯนัดฟังคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูต้น ส.ค.64


นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) เปิดเผยกับ อินโฟเควสท์ ว่า คาดว่าศาลล้มละลายกลางน่าจะนัดฟังคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทได้ในช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้ หลังจากนั้นจะทำให้บริษัทได้รับแหล่งเงินใหม่ใส่เข้ามา โดยจะมาจากการเพิ่มทุนหลายพันล้านบาทในช่วง 5 ปีที่จะทยอยเดำเนินการ และมาจากวงเงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รวมทั้งสถาบันการเงินที่ครอบครัวจุฬางกูรมีความสัมพันธ์อันดี
ทันทีที่แผนฟื้นฟูกิจการผ่านความเห็นชอบ บริษัทจะยกเลิกสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหลายฉบับที่จัดทำขึ้นในสมัยทีมบริหารชุดเดิม เช่น สัญญาซ่อมบำรุงเครื่องบิน ซึ่งขณะนี้บริษัทได้เจรจากับคู่สัญญาทุกรายแล้ว โดยการยกเลิกสัญญาเหล่านี้จะทำให้บริษัทสามารถปรับลดต้นทุนการบริหารจัดการได้อย่างมาก และสามารถที่แข่งขันกับสายการบินอื่นได้
ขณะเดียวกัน บริษัทจะทำการเพิ่มทุนเพื่อนำมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร และรักษากำลังคนซึ่งขณะนี้มีพนักงานเหลืออยู่ 1,400 คนจากก่อนเข้าแผนฟื้นฟู มีจำนวน 1,500 คน และเตรียมรับพนักงานสายการบินนกสกู๊ตเข้ามาเพิ่มด้วยรองรับเส้นทางต่างประเทศ
นอกจากนั้น บริษัทจะนำเงินเพิ่มทุนไปขยายฝูงบิน ในช่วง 5 ปีนี้เพื่อรองรับการขยายเส้นทางบินต่างประเทศ เริ่มปีนี้จะมี 6 ลำ เป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ซึ่งช่วงแรกจะนำมาบินในประเทศ และเส้นทางใหม่กรุงเทพ-เบตง ซึ่งเป็นเส้นทางบินใหม่ หลังจากนั้นอีกในช่วง 4 ปีทยอยรับมอบปีละ 2-3 ลำ โดยเป็นการเช่าระยะเวลาประมาณ 4-6 ปี
แต่อย่างไรก็ดี ในปลายปี 65 จะเช่าเครื่องบินระยะสั้นมาก่อน 2 ลำ เพื่อประเมินตลาดต่างประเทศว่าเป็นอย่างไร
เราเพิ่มเครื่องบินมา 6 ลำ เพื่อเอามาเตรียมบินเส้นทางต่างประเทศ คู่แข่งบินข้ามประเทศลดลง บางสายการบินใช้เครื่องบินลำใหญ่ไม่คุ้ม แต่เราใช้โบอิ้ง 737-800 จุผู้โดยสารได้ 189 คน และบินได้ 5-6 ชั่วโมง เราจะเริ่มบินไปเวียดนาม จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเส้นทางเดิมที่เราบินอยู่ ตอนเปิดประเทศ คู่แข่งน่าจะลดไฟลท์ เราคิดว่าบินเต็มใช้เครื่องบินรุ่นนี้เหมาะสม 2 ปี นายวุฒิภูมิ กล่าว
บริษัทจะเพิ่มเส้นทางบินที่สายการบินนกสกู๊ตเคยทำการบิน และเลือกเมืองที่มีการแข่งขันต่ำ อาทิ ไต้หวัน จีน ซึ่งกำลังดำเนินการขออนุญาตกับทางการจีนอยู่ ส่วนญีปุ่นเตรียมทำการบินที่ ฟูกูโอะกะ แต่ในส่วนโตเกียวและโอซาก้า มีการแข่งขันสูงแม้ว่าจะมีดีมานด์สูง โดยคาดว่าน่าจะเริ่มทำการบินได้ในไตรมาส 2/65 ที่มีการเปิดประเทศกัน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NOK ยังกล่าวว่า ในไตรมาส 1/65 คาดว่าน่าจะเห็นทำการบินที่ทำข้อตกลงกัน (Bubble) และเชื่อว่าในไตรมาส 2/65 น่าจะเปิดประเทศเต็มตัว โดยเฉพาะในไตรมาส 3/65 จีนจะกลับมาเปิดประเทศกลางปี 65 ก็คาดว่า จำนวนผู้โดยสารน่าจะกลับมาไม่น้อยกว่า 80% ของจำนวนก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยอิงนักท่องเที่ยวจีนราว 70% ส่วน NOK มีสัดส่วนลูกค้าจีน 10% ของยอดขาย
ตลาด (การบิน) เปลี่ยนแปลงแน่นอน ผู้โดยสารน่าจะลดไปพอสมควร กว่าจะ Recover กลับมา ก็ต้องดูนโยบายภาครัฐที่จะสนับสนุนอย่างไร หรือการลงทุนภาครัฐที่ทำให้มีการเดินทางข้ามจังหวัด ข้ามประเทศ กว่าจะกลับมาน่าจะเป็นปลายปี 67
นายวุฒิภูมิ กล่าวอีกว่า ในไตรมาส 4/64 ธุรกิจก็ยังไม่ได้สดใสมาก โดยคาดว่าจะมี Cabin Factor อยู่ที่ 60% ทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่น เนื่องจากการกระจาสยวัคซีนยังไม่ได้ตามแผน ขณะเดียวกันบริษัทยังพอมีกระแสเงินสดพอสมควร โดยมีวงเงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้นใหญ่ ราว 300-400 ล้านบาท และกำลังขอขยายวงเงินกู้อยู่ซึ่งกำลังพูดคุยกันอยู่
สำหรับมาตรการล็อกดาวน์ครั้งล่าสุดที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ห้ามทำการบินเข้าออกพื้นที่สีแดงเข้มซึ่งรวมกรุงเทพ ทำให้สนามบินดอนเมืองปิดทำการนั้น นายวุฒิภูมิ กล่าว่ว่า จากคำสั่งที่ไม่ให้นำผู้โดยสารบินเข้าออกได้ ทำให้ค่าขนส่งทางอากาศ (Cargo) ปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมที่มีการขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ยต้นทุนการขนส่ง ส่งผลให้การขนส่งสินค้าทางการเกษตรสูงขึ้นจะทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้
อีกทั้งยังทำให้ผู้ที่ต้องรับการรักษาตัวหรือรับการผ่าตัดในกรุงเทพไม่สามารถเดินทางได้ ดังนั้น จึงได้ยื่นเรื่องไปยัง กพท.ให้ผู้เดินทางเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว สามารถทำการบินได้ โดยให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Rapid test ที่สนามบิน หรือตรวจก่อน 1-2 วันพร้อมใบรับรอง หรือผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ให้ตรวจหาเชื้อเช่นกัน ถ้าไม่พบเชื้อก็สามารถเดินทางได้
ขณะที่ NOK ได้เปิดเส้นทางที่อู่ตะเภาแทนดอนเมืองเพื่อช่วยขนส่งผู้โดยสารที่มีความจำเป็นต้องเดินทางมากรุงเทพ เช่นนัดผ่าตัด หรือขนส่งอวัยวะ ลิ่มเลือด ซึ่งหากมีความต้องการมากขึ้นก็สามารถเพิ่มความถี่การบินได้
นายวุฒิภูมิ กล่าวว่า คำสั่งที่รัฐบาลให้จำกัดจำนวนผู้โดยสาร 50% เพื่อเว้นระยะห่างนั้น ทำให้ต้นทุนทำการบินสูงขึ้นเท่าตัว จึงขอเสนอให้ปรับมาเป็น 70% น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะอากาศภายในเครื่องบินมีระบบกำจัดกรองเชื้อโควิด และมีการถ่ายเทอากาศไม่เหมือนรถปรับอากาศ หากไม่ได้รับการปรับอาจทำให้มีความจำเป็นต้องขึ้นราคาค่าตั๋วโดยสารราว 25% ไม่เช่นนั้นสายการบินก็จะอยู่ไม่ได้

Related Keywords

Bangkok, Krung Thep Mahanakhon, Thailand, China, Japan, Tokyo, Shandong, Jiangsu, Chinese, Japanese, O Congo Braga, Country Center, New Shandong, Vietnam China India Japanese, Sunday Taiwan Chinese, Congo Braga, Policyk State, Airport Don, Costs Transport, Alcoa David, பாங்காக், தாய்லாந்து, சீனா, ஜப்பான், டோக்கியோ, சாண்டோங், சீன, ஜப்பானிய, நாடு மையம்,