ภาวะตลาด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 85.79 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) หลังบวกติดต่อกัน 5 วันทำการที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายก่อนการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตชั้นนำ และก่อนการประกาศผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,058.52 จุด ลดลง 85.79 จุด หรือ -0.24%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,401.46 จุด ลดลง 20.84 จุด หรือ -0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,660.58 จุด ลดลง 180.14 จุด หรือ -1.21%
ดัชนี Nasdaq นำตลาดปรับตัวลง โดยร่วงลงวันเดียวมากที่สุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์นับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. แต่ดัชนีทั้ง 3 ตัวลดช่วงติดลบลงได้ และปิดตลาดดีดตัวขึ้นพ้นจากระดับต่ำสุดของวัน
หุ้นแอปเปิล, ไมโครซอฟท์ และอัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ซึ่งจะรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาดนั้น ร่วงลงตามกัน และถ่วงดัชนี Nasdaq และ S&P500 ลงมากที่สุด
หุ้นเทสลา ร่วง 2% หลังเปิดเผยผลกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด แต่ระบุว่า ปัญหาขาดแคลนชิปทั่วโลกยังคงรุนแรงซึ่งทำให้บริษัทต้องปิดโรงงานผลิตรถยนต์ชั่วคราว
หุ้นอินเทล ร่วงลง 2.1% หลังเปิดเผยว่า โรงงานของบริษัทจะเริ่มผลิตชิปของควอลคอมม์ และวางแผนที่จะขยายธุรกิจโรงหล่อใหม่เพื่อผลิตชิป
หุ้นจีนที่จดทะเบียนในสหรัฐ อาทิ หุ้นไป่ตู้ ร่วงลงต่อ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการที่จีนคุมเข้มด้านกฎระเบียบกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน
บรรดานักลงทุนจะจับตาผลการประชุมเฟดในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งตรงกับเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย
ทั้งนี้ นักลงทุนได้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้วยการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัย โดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้น รวมทั้งเข้าซื้อพันธบัตร ซึ่งส่งผลให้ราคาพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นด้วย
หุ้นแมคโดนัลด์ ปรับตัวขึ้น 1% สวนทางตลาด ก่อนเปิดเผยผลประกอบการในวันพุธนี้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนมิ.ย. น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.1% ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันแล้วที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนออกมาต่ำกว่าคาดการณ์
เอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส-ชิลเลอร์เปิดเผยผลสำรวจบ่งชี้ว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วสหรัฐพุ่งขึ้น 16.6% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 14.8% ในเดือนเม.ย. และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12
ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17% ในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 15% ในเดือนเม.ย. และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 16.3%
Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นแตะระดับ 129.1 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน จากระดับ 128.9 ในเดือนมิ.ย.
ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นของชาวอเมริกันต่อเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าการระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาอาจส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องบังคับใช้ข้อจำกัดบางประการทั้งต่อบุคคลและภาคธุรกิจ
Related Keywords
China, New York, United States, Decatur, Thailand, Barcelona, Comunidad Autonoma De Cataluna, Spain, Dow Jones, Alcoa, Bank Center United States, New York City, Index Dow Jones, Bank Center United States Fed, Apple Microsoft, United States Sunday, Wednesday This, States Rush, சீனா, புதியது யார்க், ஒன்றுபட்டது மாநிலங்களில், தேசதுர், தாய்லாந்து, பார்சிலோனா, காமுனிடட தன்னாட்சி டி கடலுள், ஸ்பெயின், டோ ஜோன்ஸ், அல்கோவா, புதியது யார்க் நகரம், ஆப்பிள் மைக்ரோசாஃப்ட், ஒன்றுபட்டது மாநிலங்களில் ஞாயிற்றுக்கிழமை, புதன்கிழமை இது, மாநிலங்களில் அவசரம்,